เช่ารถโฟล์คลิฟท์ 3 ตัน เริ่มที่ 1,500 บาทต่อวัน เป็นขนาดที่คนเช่ามากที่สุดเพราะครอบคลุมงานโรงงานทั่วไปได้เกือบหมด แต่มีเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ คือรถ 3 ตันไม่ได้ยกของหนัก 3 ตันได้ในทุกสถานการณ์

เช่ารถโฟล์คลิฟท์ 3 ตัน ราคาเท่าไหร่
| รายละเอียดงานเช่า | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| รายวัน | 1,500 บาท/วัน |
| รายวัน พร้อมคนขับ | 3,000 บาท/วัน |
| รายเดือน | 15,000 บาท/เดือน |
| รายปี สัญญา 12 เดือน | 13,000 บาท/เดือน |
ราคาจริงของขนาด 3 ตันขึ้นกับยกสูงที่ต้องการ ชนิดเชื้อเพลิง และอุปกรณ์เสริมที่ต้องติดตั้ง
ราคาต่างจากขนาดอื่นมากไหม
ช่วง 1.5 ถึง 3 ตันราคาไม่ได้ห่างกันมากอย่างที่หลายคนคิด
ที่ขยับชัดคือตอนข้ามไป 5 ตันขึ้นไป เพราะตัวรถใหญ่ขึ้นทั้งคัน ค่าขนส่งก็แพงขึ้นตาม ต้องใช้รถบรรทุกคนละแบบ
เพราะแบบนี้ถ้ากำลังลังเลระหว่าง 2.5 กับ 3 ตัน ส่วนต่างมักไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลือกเล็กเกินไป
มีทั้งดีเซลและไฟฟ้าให้เลือก
ดีเซล 3 ตันเป็นตัวหลักสำหรับงานกลางแจ้ง ลานเก็บของ และพื้นที่ไม่เรียบ
ไฟฟ้านั่งขับ 3 ตันมีเหมือนกัน ใช้ในอาคาร คลังสินค้า และโรงงานอาหารที่เข้มเรื่องไอเสีย ค่าเช่าสูงกว่าดีเซลอยู่บ้าง แต่ค่าไฟถูกกว่าค่าน้ำมันเมื่อคิดต่อชั่วโมงทำงาน
3 ตัน ยกได้ 3 ตันจริงไหม
คำตอบสั้น ๆ คือได้ แต่มีเงื่อนไข
ตัวเลข 3 ตันที่ผู้ผลิตระบุ เป็นค่าที่วัดตอนยกที่ความสูงมาตรฐาน และของที่ยกต้องมีจุดศูนย์ถ่วงอยู่ในระยะที่กำหนด พอเงื่อนไขเปลี่ยน ตัวเลขก็เปลี่ยน
ยิ่งยกสูง ยิ่งยกได้น้อยลง
รถยกทำงานเหมือนคานงัด ยิ่งยกของขึ้นสูง จุดสมดุลของทั้งคันยิ่งเปลี่ยน
ผลคือรถที่ระบุว่า 3 ตัน พอยกขึ้นไปที่ความสูงมาก ๆ น้ำหนักที่ยกได้จริงจะลดลงจากตัวเลขบนป้าย บางรุ่นลดลงเยอะกว่าที่คิด
ถ้างานต้องยกของหนักขึ้นชั้นสูง อย่าดูแค่ตัวเลขตันอย่างเดียว ต้องดูคู่กับความสูงที่ต้องใช้จริง

ใส่อุปกรณ์เสริมแล้วน้ำหนักยกลดอีก
งาหนีบ งาหมุน บุ้งกี๋ ทุกตัวมีน้ำหนักของมันเอง และทำให้จุดศูนย์ถ่วงยื่นออกไปข้างหน้ามากขึ้น
พอติดตั้งแล้ว น้ำหนักที่รถยกได้จริงจะลดลงจากเดิมทันที ไม่ได้ยกได้ 3 ตันเท่าเดิม
เพราะแบบนี้เวลาขอราคา ถ้ารู้อยู่แล้วว่าต้องใช้อุปกรณ์เสริม บอกมาตั้งแต่แรก จะได้เลือกขนาดรถเผื่อไว้ให้ถูก ไม่ใช่มารู้ตอนรถถึงหน้างานแล้วยกไม่ขึ้น
ดูตารางน้ำหนักยกตรงไหน
ทุกคันมีป้ายตารางน้ำหนักยกติดอยู่ที่ตัวรถ อ่านได้จากตรงนั้น
ถ้าอ่านไม่ออกหรือไม่แน่ใจ ถามคนที่ส่งรถมาได้เลย เป็นสิ่งที่ควรถามก่อนเริ่มงานวันแรก ไม่ใช่ถามหลังจากยกแล้วรู้สึกว่ารถหน้าเบา
ควรเลือก 3 ตัน หรือขนาดอื่น
2.5 ตันกับ 3 ตัน ต่างกันตรงไหน
3 ตันมีเผื่อน้ำหนักมากกว่าและนิ่งกว่าเวลายกของหนักใกล้ค่าสูงสุด ส่วน 2.5 ตันตัวรถเล็กกว่านิดหน่อย เลี้ยวในที่แคบคล่องกว่า
หลักง่าย ๆ คือถ้าของที่ยกประจำอยู่แถว 2.2 ถึง 2.5 ตัน ให้เลือก 3 ตัน อย่าเลือกขนาดที่ต้องทำงานเต็มความสามารถตลอดเวลา เพราะทั้งเปลืองรถและเสี่ยงกว่า
เมื่อไหร่ควรขยับไป 5 ตัน
เมื่อของที่ยกเกิน 2.8 ตันเป็นประจำ หรือของมีขนาดใหญ่จนศูนย์ถ่วงห่างจากงามาก
อีกกรณีคือต้องยกสูงมากจนน้ำหนักที่ยกได้จริงของรถ 3 ตันเหลือไม่พอ กรณีนี้เจอบ่อยในคลังที่มีชั้นวางสูง
3 ตันเหมาะกับงานแบบไหน
งานคลังสินค้าและลงตู้คอนเทนเนอร์
เป็นงานที่ 3 ตันทำได้ครอบคลุมที่สุด ยกพาเลทมาตรฐานได้สบาย และตัวรถยังไม่ใหญ่จนเข้าตู้ลำบาก
ถ้าต้องเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ ต้องเช็กความสูงเสาตอนหุบด้วย บอกมาว่าเข้าตู้แบบไหน จะได้จัดรุ่นที่เสาเตี้ยพอ
งานโรงงานผลิต
ยกวัตถุดิบ ยกแม่พิมพ์ ยกของหนักระหว่างไลน์ 3 ตันเป็นขนาดที่พอดีสำหรับงานส่วนใหญ่
ถ้าโรงงานอยู่ในอาคารปิดหรือมีเรื่องมาตรฐานอาหาร ให้ดูรุ่นไฟฟ้าแทนดีเซล
งานกลางแจ้งและพื้นไม่เรียบ
ดีเซล 3 ตันเหมาะกว่าไฟฟ้าชัดเจน ทั้งเรื่องแรงบิดและความทนต่อสภาพพื้น
ถ้าพื้นเป็นดินหรือมีหลุมบ่อ บอกมาก่อน เพราะบางหน้างานต้องใช้ยางแบบตัน บางหน้างานต้องใช้ยางลม เลือกผิดคือรถติดหล่มเสียเวลา
บอกน้ำหนักของจริงมา เดี๋ยวเช็คให้ว่า 3 ตันพอไหม
เคสที่เจอบ่อยที่สุดคือลูกค้าเช่ารถ 3 ตันไปแล้วยกไม่ขึ้น พอถามกลับมาก็พบว่าของหนัก 2.8 ตันจริง แต่ต้องยกสูงกว่าปกติ หรือใส่งาหนีบไว้ด้วย
สิ่งที่อยากให้บอกมาก่อนมีห้าอย่าง ของหนักเท่าไหร่ ขนาดของกว้างยาวแค่ไหน ต้องยกสูงเท่าไหร่ พื้นหน้างานเป็นแบบไหน และต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือเปล่า
จากห้าข้อนี้เราเช็กตารางน้ำหนักยกให้ได้เลยว่ารุ่น 3 ตันพอ หรือควรขยับไป 5 ตัน ดีกว่าเช่าไปแล้วต้องสลับรถกลางทาง ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าขนส่งอีกรอบ
โทร 096-292-8792 หรือ 099-469-2935
LINE: https://lin.ee/utXbfi8

